บันทึกนักล่าฝัน True AF 2026 The Series – Chapter 5: Fearless

บันทึกนักล่าฝัน True AF 2026 The Series – Chapter 5: Fearless
EP 5 ของบันทึกนักล่าฝัน พาทุกคนไปพูดคุยกับ "ฉาย-เจมส์-บิว" สามนักล่าฝันตัวจี๊ดของรุ่น ที่ใครใกล้ชิดก็ต้องหลงรัก

กฎธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มนุษย์เราไม่สามารถปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงได้ คือความกลัวมักเป็นเงาเดินทางมาพร้อมกับความฝันเสมอ แต่สำหรับ “ฉาย – เจมส์ – บิว” สามนักล่าฝันจาก True AF 2026 พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้ความประหม่า บาดแผลในอดีต หรือสายตาของใครมาหยุดยั้งเสียงหัวใจที่อยากเปล่งประกายบนเวทีแห่งนี้

 

บทที่ 10: AF038 เฉิด-ฉาย

ฉายกับรอยยิ้มอบอุ่นที่พร้อมมอบให้ทุกคน จนได้ฉายาตัวแม่ ตัวมัม ของรุ่น

ในทุกเวทีการประกวดจะต้องมีใครสักคนหนึ่งที่พกเอาความมั่นใจมาเต็มที่ มีคาแรกเตอร์ชัด ทั้งยังมีความอบอุ่น อ่อนโยนจนทุกคนยกย่องให้เป็น “ตัวแม่” ของรุ่น 

 

ทันทีที่เดินเข้ามายังโต๊ะสมัครออดิชั่น True AF 2026 ภาคอีสาน ออร่าตัวแม่ ตัวมัมของ ฉาย-เทียนฉาย เสรีรัตน์ นักร้องหนุ่มวัย 35 ปี ที่ทักทายทุกคนอย่างอารมณ์ดี ก็สร้างสีสันให้เพื่อนนักล่าฝัน ทีมงาน และคณะกรรมการรู้สึกเอ็นดู ยิ้ม และหัวเราะตามตลอดเวลาที่เขาขึ้นโชว์ 

 

“ฉายเป็นคนลัคนากรกฎ จะมีความเป็นแม่ในตัวอยู่แล้ว” ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างอบอุ่นขณะแนะนำตัวเอง “ฉายมีความสุขที่ทุกคนเรียกแบบนั้น จะพ่อจะแม่หรือจะอะไรก็ได้ ฉายรู้สึกอบอุ่นและอยากโอบกอดทุกคนไว้ เวลาเห็นใครร้องไห้ ฉายจะมีเซนส์ในการมองคน ว่าคนนี้ทำไมแปลกๆ”

 

พรสวรรค์ในความช่างสังเกตและเข้าอกเข้าใจคนอื่นนี้อาจติดตัวเขามาตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เพราะต้องย้ายจังหวัดไปอยู่กับย่าและยายบ่อยครั้ง ประกอบกับเขามีคุณลักษณะพิเศษของคนใต้อย่างครบถ้วน ทั้งความซื่อสัตย์ มีน้ำใจ และไม่เห็นแก่ตัว ที่ต่างหล่อหลอมให้เขาเป็นคนจริงใจ สนุกสนาน และไม่ค่อยยี่หระกับความยากลำบากใดๆ ในชีวิต 

 

ฉายเติบโตมากับครอบครัวที่ไม่เคยขาดแคลนความสนุกสนานเฮฮารื่นเริง เขามักหยิบไมค์ร้องคาราโอเกะเป็นประจำกับที่บ้าน ทำให้เด็กหนุ่มซึมซับความเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์มาตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเข้าโรงเรียนก็ร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ กระทั่งวันหนึ่งเมื่อความต้องการไม่ถูกที่บ้านตอบสนอง เขาจึงตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ให้กับชีวิต

 

“อยากเป็นลีด ตอนนั้นอยู่โรงเรียนอนุบาลยะลา สังคมคุณพ่อคุณแม่ (ในต่างจังหวัด) เขาดันลูกให้แข่งขันกัน มีค่าชุดค่านู่นนี่นั่น ซึ่งบ้านฉายเป็นแม่ค้า เขาไม่ค่อยอะไรกับเรื่องนี้ สุดท้ายเลยหันไปเป็นนักวิ่ง เป็นนักกีฬาแทน เปลี่ยนสายเลยครับ (หัวเราะ)”


ฉายขณะโชว์บนเวทีไฟนอลออดิชั่น

 

หลังเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ฉายก็ยังไม่คิดหวนกลับมาจับไมค์ร้องเพลงอย่างจริงจัง ชีวิตระหกระเหินอยู่พักใหญ่จนวันหนึ่งได้มาลงเอยเป็นนักร้องที่ขอนแก่น เขาได้รับความอบอุ่นจากเพื่อนร่วมอาชีพเติมเต็มหัวใจอีกครั้ง ฉายรู้สึกเหมือนถูกชุบชีวิตขึ้นใหม่และสัมผัสได้ถึงความเป็นอิสระที่แท้จริง

 

“ขอนแก่นเป็นคอมมูนิตี้นักดนตรีที่ดีมากๆ ที่ฉายไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน เขามีกีฬาสีนักดนตรีขอนแก่นทุกปีครับ แล้วเราเป็นน้องใหม่ที่มาแล้วอยู่ดีๆ ก็ดังเปรี้ยงขึ้นมา มีงานเยอะ มีคนพูดถึง พี่ๆ เขาก็เลยมาคุยด้วย ฉายชอบเข้าหาคนเก่งครับ อย่างพี่เบนจี้ ทีมพี่โจ้อี้รายการ The Voice ฉายก็จะไปถามฟีดแบ็กว่าต้องฝึกยังไง ไปถามน้องที่ร้องเสียงหลบเก่งๆ ว่าทำยังไง ก็เลยเริ่มพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จากตรงนั้น 

 

จนมาเจอคลิปของครูเอ๋ในโซเชียล ประโยคหนึ่งที่แกบอกว่า ‘ทุกคนพยายามจะร้องเพลงให้เพราะ แต่จริงๆ แล้วการร้องเพลงคือการหายใจให้เพราะ ฉายก็เลยเริ่มเข้าใจมาเรื่อยๆ จนช่วง 2 ปีหลังนี้ที่ฉายพัฒนาตัวเองในการร้องเพลงมา โดยที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองร้องดีขึ้นนะ แต่รู้สึกว่าไม่เหนื่อย ไม่ต้องกังวลว่าตื่นมาจะมีเสียงไปร้องเพลงไหม เพราะเราเข้าใจเรื่องเทคนิคมากขึ้นครับ”

 

วันที่เขาได้ข่าวว่า True AF 2026 จะเปิดออดิชั่น ตอนแรกเขาไม่สนใจ แต่เมื่อรู้ว่าไม่จำกัดอายุ ฉายจึงตัดสินใจหอบเอกสารมาสมัครตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะเคยผ่านประสบการณ์การรอคิวมาแล้วจากตอนสมัคร AF9 แม้จะกังวลเรื่องงาน พักผ่อนไม่เพียงพอจนล้มป่วย แต่พลังใจยังคงเต็มเปี่ยม ทั้งร้องและเต้นอย่างสุดความสามารถ จนคณะกรรมการไฟเขียวให้ผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลออดิชั่นได้สมความตั้งใจ

 

“ที่ฉายไปฉายไม่ได้ต้องการอะไร ไม่ได้คาดหวัง แค่ได้มายืนตรงนี้ ได้เห็นหน้าพี่โดยิ้มให้ พี่หวานเจี๊ยบยิ้มให้ เห็นกรรมการเค้ามองเราตั้งใจดูเรา นั่นคือคอมพลีทแล้วครับ ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรเลย สิ่งที่ได้รับกลับมาคือพลังงานดีๆ จากพี่ทีมงาน จากน้องๆ ทั้ง 98 คน ทุกคนมีเอเนอร์จี้เดียวกันหมดเลย ไม่มีใครมานั่งมองว่าคนนี้เก่งกว่าอะไรแบบนี้ มีแต่ช่วยเหลือกัน คอยซัพพอร์ตกัน เป็นคนไนซ์กันทั้งหมดเลยครับ”

 

และบางที นี่อาจเป็นความกล้าในแบบของฉาย นั่นคือการเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องลดแสงของหัวใจลงเพื่อให้ใครสบายตา




บทที่ 11: AF040 เจมส์-แรงต้านที่ไม่อาจต้านทาน

เจมส์กับบุคลิกดุ๊กๆ ดิ๊กๆ อันเป็นเสน่ห์ส่วนตัวที่ทำให้คนชื่นชอบเขา

ทุกการเคลื่อนไหวในทางฟิสิกส์มีแรงหลายชนิดที่กระทำร่วมกัน ทั้งแรงโน้มถ่วง แรงเสียดทาน แรงต้าน และอีกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่การเดินทางตามล่าฝันของ เจมส์-ธนัช ภัทรเขมภิรมย์ หนุ่มนักการตลาดออนไลน์ วัย 29 ปี ผู้ที่เคยล้มไม่เป็นท่าจากการประกวดร้องเพลงในวัยเด็กจนกลายเป็นรอยแผลในชีวิต

 

ผ่านมา 10 ปี หนุ่มจบเอกฟิสิกส์คนนี้สะสมพลังงานไว้จนเต็มถัง เขามุ่งมั่นออกสตาร์ทกลับไปยังจุดหมายเดิมอีกครั้ง เพื่อเก็บเกี่ยวเศษเสี้ยวความฝันที่แหลกสลายมาสมานให้สวยงามดังเดิม

 

“ตอนเด็กชอบร้องเพลงมาก จำได้ว่าผมร้องเพลงใต้ถุนบ้าน แล้วก็จะมีคนละแวกนั้นมายืนรอฟัง ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองร้องเพราะไหม หรือว่าแค่เป็นเด็กร้องเพลงได้คนก็มาฟัง ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็อยากเป็นนักร้องไปแล้ว”

 

นับจากวันนั้นเมื่อโรงเรียนมีกิจกรรมอะไร เด็กชายเจมส์ก็มักจะเข้าไปแจมทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นแข่งวาดรูป แต่งกลอน ศิลปหัตถกรรม และการแข่งขันร้องเพลงในวันสำคัญต่างๆ กระทั่งอายุเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจึงตัดสินใจนั่งรถทัวร์จากเชียงรายไปประกวด The Voice

 

“ฐานะบ้านผมไม่ได้ดีมากเหมือนหลายๆ คน ผมคิดว่าโอกาสนี้แหละที่จะช่วยพลิกฐานะของครอบครัวได้ เลยขอตังค์แม่นั่งรถทัวร์จากเชียงรายมา 3 ชั่วโมง เช่าโรงแรมนอนกับเพื่อน ไปรอสมัครตั้งแต่เช้า รอคิวนานมากแต่ผมได้ร้องแค่ 8 วินาที

 

ผมเลยกลับมาพิจารณาตัวเองว่าจริงๆ แล้วที่เราร้องเพลงมา เราไม่ได้ร้องดี ผมคิดว่าถ้ายังฝันลมๆ แล้งๆ แบบนี้อยู่ มันอาจจะทำให้ผมไม่สามารถอยู่รอดในชีวิตจริงได้ ก็เลยเลิกประกวดครับ หันมาตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงานแทน ก็มีร้องเพลงเล่นๆ กับน้องๆ ที่ชมรมบ้าง แต่ก็ไม่คิดไปประกวดอีก ผมก็ทำงานไปเรื่อยๆ จนระยะหนึ่งก็รู้สึกว่าชีวิตมันก็เริ่มไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีเป้าหมาย ผมคิดกับตัวเองว่าเราต้องนั่งทำงานแบบนี้ไปจนอายุ 50-60 เลยเหรอ เราจะไหวจริงๆ เหรอ”


เจมส์โชว์สกิลร้องและเต้นบนเวทีออดิชั่น

 

เจมส์ใจห่อเหี่ยว เดินหมดเรี่ยวแรงบนถนนที่ไฟส่องสว่างเริ่มริบหรี่ลง ทันใดนั้นกลับรู้สึกได้ถึงแสงไฟดวงใหญ่สว่างไสวส่องลงมาที่ตัวเขาจากฟากฟ้าแสนไกล

 

“จนเมื่อต้นปีผมได้ไปดูคอนเสิร์ตใหญ่วง BUS ที่กรุงเทพฯ แล้วเห็นน้องๆ ข้างๆ เขาร้องไห้กันเยอะมาก อาจจะเพราะว่าเขาได้ดูศิลปินที่เขาชอบได้โชว์ เพราะน้องโชว์ได้ดีมากจริงๆ มันดีจนผมนั่งร้องไห้กับคนอื่น แต่ผมร้องไห้ในมุมที่ว่า ทำไมเราถึงไม่ได้ทำแบบที่น้องๆ เขาได้ทำ ได้มีเวทีเป็นของตัวเอง ได้มีแสงไฟ ได้มีกล้องหมุนผ่าน แล้วผมก็ร้องไห้หนักเข้าไปอีกว่า ถ้าวันนั้นเรายังไม่ทิ้งความฝัน ยังไม่นอยด์ แล้วเราต่อสู้มาเรื่อยๆ วันนี้เราจะมีโอกาสเหมือนน้องๆ เขาไหมนะ”

 

แสงไฟดวงใหญ่ดวงนั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ เจมส์ละสายตาหันไปมองรอบตัว ประตูแห่งความหวังบานหนึ่งค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เสียงอินโทรเพลง “นักล่าฝัน” เล็ดลอดออกมาแผ่วเบา

 

“ตอนนั้นผมร้องไห้ในความรู้สึกที่เหมือนหมดหวังไปแล้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเองแก่ไปแล้ว โห! ผม 29 แล้วนะ ถ้าจะไปเริ่มต้นประกวด เริ่มต้นทำอะไรใหม่ มันก็แบบยากแล้ว แต่พอผ่านมาได้สักไม่ถึงเดือนมั้งครับ AF ก็ประกาศกลับมาในรอบ 10 ปี พร้อมกับไม่จำกัดอายุ ผมก็เลยรู้สึกว่าเวลาของเรามาถึงแล้ว”

 

ในที่สุดความฝันที่เคยจางหายก็กลับกลายเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง หนุ่มนักการตลาดคนนี้ยอมรีเซ็ตตัวเอง กลับไปเริ่มต้นฝึกฝนตัวเองอย่างหนักอีกครั้ง ครั้งนี้เขาเร่งเครื่องเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่นจนสามารถฝ่าฟันผ่านสู่รอบไฟนอลออดิชั่นได้สำเร็จ

 

“ผมมั่นใจกับสิ่งที่ผมได้โชว์ว่าสิ่งที่ทำไปมันดีที่สุดแล้วสำหรับผม และมันก็เป็นตัวเองที่ผมชอบที่สุด เป็นสิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดเพื่อวันนี้ ที่ผมเตรียมมาทั้งหมด ที่ผมอยากทำ แล้วผมก็มีความสุขมาก ผมนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะผมมีความสุขมากกับคลิปตัวเองที่ได้เห็นมุมกล้อง มีไฟ มีอะไร แล้วผมมีความสุขมากที่ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ถ้าวันนี้ผมได้ (เข้ารอบ 12 คน) ก็เป็นกำไรในชีวิต แต่ถ้าผมไม่ได้ วันนี้ผมก็รู้สึกว่าชีวิตผมได้ฟูลฟิลในสิ่งที่ผมขาดหายมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผมไม่กล้าที่จะทำ”

 

เพราะในสนามแรงของชีวิต ความฝันอาจถูกฉุดรั้งให้ร่วงหล่นได้เสมอ แต่เจมส์พิสูจน์แล้วว่า หากหัวใจยังมีแรงส่งมากพอ คนเราก็ยังกล้าทวนแรงโน้มถ่วงกลับไปหาแสงไฟของตัวเองได้อีกครั้ง

 



บทที่ 12: AF086 บิว-เพราะฉันคือศิลปิน

บิวขณะโชว์พลังเสียงระดับดีว่าบนเวทีออดิชั่น

วันหนึ่งของ บิว-สุธาสินี บุญขวัญ สาววัย 19 ปี จากเมืองคนดี สุราษฎร์ธานีคนนี้ กลายเป็นความโกลาหลครั้งใหญ่ เมื่อจู่ๆ เพื่อนของเธอก็ฟอร์เวิร์ดโพสต์จากโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการเปิดรับสมัครออดิชั่น True AF 2026 มาให้

 

"กูมีเซนส์ว่ามึงจะติด"

 

ประโยคเดียวประโยคนั้น ทำเอาบิวต้องเต้นผางรีบพุ่งตรงไปออดิชั่นที่หาดใหญ่ทันที

 

แม้จะออกตัวว่าไม่เคยเรียนร้องเพลงกับสถาบันใดๆ มาก่อน อาศัยการฟังและฝึกฝนทุกวันด้วยความสุข แต่เทคนิคการร้องที่พัฒนาขึ้นเองและพลังเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ ก็ทำให้สาวเสียงดีคนนี้ได้เดินสายขึ้นเวทีโชว์ลูกคอมาแล้วหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นไมค์ทองคำเด็ก, The Star ปี 2022, รายการ 19Lab แถมพ่วงด้วยการร้องเพลงภาษาฝรั่งเศสถวายต่อหน้าสมเด็จพระเทพฯ เป็นระยะเวลาถึง 2 ปี แต่การได้มายืนบนเวที AF ครั้งนี้ก็อดทำให้บิวตื่นเต้นไม่ได้

 

“บอกเลยว่าทุกเวทีที่ผ่าน หนูตื่นเต้นหมดเลยค่ะ! (หัวเราะ) เอาจริงๆ การมา AF ครั้งนี้หนูไม่ได้คาดหวังนะคะ แค่อยากร้องออกไปให้เขารู้ว่า 'นี่คือเสียงของหนูนะ' อยากโชว์ให้เขาดูว่าหนูเป็นคนแบบนี้ ร้องสไตล์นี้ หลังโชว์จบรู้สึกตกใจที่พี่หวานเจี๊ยบบอกว่า 'ตอนร้องคือทำหน้าดุมาก น่ากลัว ลองร้องเพลงอะไรที่ไม่น่ากลัวได้ไหม' (หัวเราะ) หลังจากวันนั้นก็เลยพยายามปรับค่ะ เพราะยอมรับว่าตอนร้องหนูชอบทำหน้าดุจริงๆ วันไฟนอลออดิชั่นเลยลองปรับลุค เลือกเพลงสดใสๆ น่ารักๆ เปลี่ยนสไตล์ไปเลย”

 

จริงอย่างที่หวานเจี๊ยบว่า เพราะหากมองผิวเผิน บิวเวลาหน้านิ่งๆ จะดูเหมือนเป็นคนดุ แต่ถ้าได้รู้จักสนิทสนมกันแล้วบิวบอกว่าเธอไม่ใช่อย่างที่ใครๆ คิดเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“ใจหนูมันมีความฮา ชอบเล่นตลกกันกับเพื่อน หนูเคยถามเพื่อนว่า 'มึงว่ากูเป็นคนยังไงวะ' เพื่อนบอกว่า 'มึงน่าจะเป็นคนบ้านะ' (หัวเราะ) ก็เลยคิดว่าตัวเองก็เข้าขั้นโผงผาง ฮาๆ ในระดับนึงค่ะ”


บิวขณะกำลังโชว์บนเวทีอย่างมีความสุข

 

เอเนอร์จี้ที่ไม่เคยดรอปของบิวกลายเป็นสีสันของผู้เข้าแข่งขัน AF ในปีนี้ เพราะทัศนคติที่ดีและความเป็นตัวของตัวเอง จึงทำให้เธอกลายเป็นที่รักของเพื่อนนักล่าฝันมากมาย รวมทั้งตัวของบิวเองก็ได้รับความอบอุ่นจากเพื่อนใหม่อย่าง แบมบี้-สุทธิดา เนตรวิชัย (AF085) ที่กลายเป็นพี่สาวสุดซี้ของเธอด้วย ซึ่งสาวเสียงดีคนนี้ได้ผันเอาประสบการณ์และความรู้สึกพิเศษกลั่นออกมาเป็นโชว์ในรอบไฟนอลออดิชั่น

 

“เพลงแรก 'ทักครับ' (วง Lipta) คือหนูอยากทักทายทุกคน อยากจะเฮฮาปาจิงโกะค่ะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาหนูไปประกวด หนูจะเลือกเพลงที่มันยิ่งใหญ่ ฟาดฟัน เสียงต้องพุ่งที่สุด แต่พอมารายการนี้หนูรู้สึกว่าเราเอาอารมณ์มาก่อนดีกว่า อยากร้องเพลงที่มีความสุข และมอบความสุขให้ทุกคนที่ได้ฟัง หนูยืนอยู่บนเวทีหนูก็มีความสุขที่เห็นทุกคนกรี๊ด ปรบมือ หัวเราะไปกับหนู

 

ส่วนเพลง 'โนบรา-โนราห์' ของ บิว-กัลยาณี ก็มีสตอรี่ว่าแม่เฒ่าของหนูตั้งชื่อหนูว่าบิว เพราะท่านชอบบิว-กัลยาณี ค่ะ แล้วหนูเป็นบิว-สุธาสินี ไง หนูก็เลยอยากร้องเพลงของ บิว กัลยาณี ในเวอร์ชั่นของบิว-สุธาสินี ให้ทุกคนฟัง พอหนูลงจากเวทีมา พี่ๆ ก็กรี๊ดกันใหญ่ ชอบมาก ชีแบมบี้บอกว่า 'ฉันกำลังอินเพลงนี้ พอเธอลุกขึ้นมาร้องฉันอยากจะกรี๊ดออกมาเต้นด้วยเลย!' (หัวเราะ)”

 

แม้จะออกตัวว่าตื่นเต้นทุกครั้งก่อนขึ้นเวที แต่เมื่อแสงไฟส่องหน้าแล้วบิวก็ควบคุมทุกอย่างได้ แถมเอาคนดูเสียอยู่หมัด ซึ่งเธอได้แบ่งปันเทคนิคในการรับมือกับความประหม่าไว้อย่างน่าสนใจว่า “ความตื่นเต้นมันเป็นสิ่งที่ดี มันทำให้เรามีพาวเวอร์ มีพลัง อยากจะโชว์ ไม่เคยเครียดเพราะหนูเอาจิตไปอยู่กับตัวเอง ก่อนขึ้นเวทีจะพูดกับตัวเองทุกครั้งว่าฉันคือศิลปิน ฉันคือนักแสดงมืออาชีพ ฉันจะทำโชว์บนเวทีให้เต็มที่ที่สุด”

 

นี่เองคือความกล้าในแบบของบิวที่ไม่ปฏิเสธหรือปิดบังความตื่นเต้น แต่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลังที่ส่องสว่างกว่าเดิม




อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้! อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime

 

ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ “ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน TRUE AF2026” จันทร์ที่ 11 พฤษภาคม เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว

 

Word: Kritin / Image: TrueVisions Now, True AF Thailand

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร :

Website :

Facebook :

Twitter :

Line :

Youtube official :

Instagram :